//
you're reading...
Business & Plnning

” ธานินทร์ยูเนี่ยน อุตสาหกรรมก้าวแรกของซัมซุงเมืองไทย ” ตอนที่ 2

ดร.ชวลิต เข้าไปเห็นความไม่เป็นระบบหรือไม่มีระบบของธานินทร์ ก็จัดทำโครงสร้างขององค์กรขึ้นมา
โดยแบ่งเป็น 5 ฝ่าย คือ ฝ่ายการเงิน การตลาด การผลิต การส่งออก และฝ่ายวิจัยและพัฒนา งานของ ดร.ชวลิต
หลังจากจัดระบบขึ้นมาแล้วก็พยายามจะปรับทั้งคนและงานให้เข้ากับระบบ ซึ่งเป็นงานที่หนักหนาไม่น้อยสำหรับองค์กรที่เคยชิน
กับสิ่งที่ไม่ต้องมี กฎเกณฑ์มาก ดังนั้นแรงต้านตลอดจนการกระทบกระทั่งจึงเกิดขึ้นไม่น้อย ซึ่งต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าทุกอย่างจะพอไปได้

ส่วนกรรณิการ์ ซึ่งเหมือนกับต้องไปสร้างฝ่ายบัญชีขึ้นมาใหม่จากแผนกที่ไม่มีความสำคัญ มีพนักงานเพียง 10 กว่าคน มาเป็นแผนกที่มีพนักงาน 30 กว่าคน แม้ว่ากรรณิการ์จะเคยเข้ามาสะสางปัญหาการเงิน แต่เมื่อต้องเข้ามาทำหน้าที่คุมฝ่ายบัญชี เธอเองคงแทบช็อค เพราะมันคงสาหัสสากรรจ์กว่าที่เธอประเมินไว้มากนัก !!!

“ระบบบัญชีจริง ๆ แล้วมันไม่มีหรอกคุณ มันมีแต่บุ๊คที่โน๊ต ๆ ไว้ คำว่าบัญชีมันต้องมีสลิปเข้าม าแล้วมีการบันทึกบัญชีทั้งเข้าและออกนี่มันไม่มี มันมัดกันไว้เป็นตั้ง ๆ กับพื้น คุณอุดมทำการค้ามากว่า 30 ปีทำไมไม่จัดการ ไม่เห็นความสำคัญ หรือไม่เข้าใจก็ไม่ทราบ มันจึงกลายเป็นจุดอ่อนที่สุดของธานินทร์ไปอย่างช่วยไม่ได้” คนในธานินทร์วิเคราะห์

ความพยายามที่จะเข้าไปดัดโน่นเปลี่ยนนี่ ได้ก่อให้เกิดความไม่พอใจจากพนักงานบางส่วนที่ไม่เห็นด้วย และได้ก่อแรงต้านขึ้นเป็นการกดดันทั้งทางตรงและทางอ้อม พร้อมกับเสียงดูแคลนว่า มืออาชีพเหล่านี้เป็นแต่ทฤษฎีไหนเลยจะสู้คนที่คลุกคลีกับงานเช่นนี้มานาน เช่นพวกเขาได้ แต่ภาพที่ปรากฏออกมาภายนอก ธานินทร์ให้ภาพกับสาธารณชนว่าธานินทร์ไปได้ดี ปีนี้ยอดขายจะไปได้ถึง 500 – 600 ล้านบาท

แต่ครั้นเมื่อครบกำหนดชำระหนี้งวดแรกและงวดที่สอง เมื่อกลางปีและปลายปี 2531 ปรากฏว่า ธานินทร์ยังไม่สามารถนำเงินมาชำระหนี้ได้ตามแผน โดยขอผัดผ่อนเป็นงวดต่อไป ปลายปี 2531 แบงก์ได้ปล่อยเงินให้ธานินทร์อีก 100 ล้านบาท แต่หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มมีกระแสข่าวว่า ผู้บริหารธานินทร์เห็นท่าจะบริหารงานอย่างนี้ต่อไปไม่ไหว กว่าจะชำระหนี้คืนแบงก์ได้หมด หนทางข้างหน้าดูไม่สดใส ผู้บริหารธานินทร์จึงวิ่งหาพาร์ทเนอร์ใหม่ เพื่อเข้ามาช่วยคลี่คลายภาระหนี้สิน ซึ่งในที่สุดกลุ่มที่เข้ามาก็คือ กลุ่มสหยูเนี่ยน

คำถามที่เกิดขึ้สำหรับคนที่สนใจติดตามปัญหาของธานินทร์ คือ ทำไมเจ้าของธานินทร์ถึงไม่ใจเย็นทำตามแผนการฟื้นฟูกิจการตามที่แบงก์วางแนว ทางไว้ และเกิดอะไรขึ้นกับมืออาชีพที่เข้าไปบริหารธานินทร์ ?

คำตอบที่จะไขปริศนานี้ออกมาได้ มาจากคนของธานินทร์เองที่เข้าใจโครงสร้างปัญหาการบริหารและโครงสร้างอำนาจ อย่างถ่องแท้ กล่าวคือ

“ผมว่า…พวกแบงก์ที่จับปัญหาธานินทร์มา 4 – 5 ปี ก็ยังไม่เห็นปัญหาแท้จริงหรอก แม้แต่มืออาชีพที่เข้ามาก็ตาม ซึ่งอาจจะมองเห็นภายหลังแต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว ในจำนวน 3 บริษัทนั้น ธานินทร์อุตสาหกรรม และธานินทร์การไฟฟ้าเป็นบริษัทผลิตเพื่อส่งขายห้างอุดมชัย ซึ่งเป็นผู้ขายแต่ผู้เดียว เมื่อส่งสินค้าให้อุดมชัย แต่เนื่องจากระบบเอกสารไม่มีระบบบัญชีที่แน่นอนก็ไม่มี เราจะรู้ได้อย่างไรว่า เงินที่เข้ามาเท่าไหร่ แล้วใครนั่งทับอุดมชัยอยู่ คนที่แบงก์ส่งมาก็มัวจัดระบบ 2 บริษัทที่ทำการผลิตอยู่ พอเริ่มลงตัวก็พยายามจะเข้ามาในอุดมชัย ซึ่งเข้ามาไม่ได้มันเป็น BACK LOCK ถ้าคุณนึกภาพสามเหลี่ยมที่มี แต่ออกไม่มีเข้านี้ทะลุ คุณก็จะรู้ว่ามืออาชีพเจอแบบนี้เข้าก็ทำอะไรไม่ออก และนี่คงเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้เขาลาออก ผมเดาอย่างนั้น”

เมื่อเมษายน 2532 ดร.ชวลิต และกรรณิการ์ ลาออกจากธานินทร์ โดยชวลิตกลับไปเป็นผู้ช่วยผู้จัดการของบริษัทปัญจพล เปเปอร์ ซึ่งเป็นโครงการใหม่ของปัญจพล ไฟเบอร์ ส่วนกรรณิการ์นั้นไม่กลับแบงก์กสิกร แต่ไปเป็นผู้จัดการฝ่ายบัญชีและการเงินของปัญจพลเปเปอร์

ในที่สุดแล้ว มันกลายเป็นทัศนะที่สวนทางกันระหว่างแบงก์กับเจ้าของกิจการ ซึ่งเจ้าของเขาเห็นว่า สิ่งที่ทำให้กิจการธานินทร์ชะงักงันนั้น
เป็นปัญหาอยู่ที่พวกเขาขาดเงิน ถ้าเขามีเงินเพียงพอเขาก็สามารถบริหารกิจการต่อไปได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องพึ่งใคร
ขณะที่แบงก์เห็นว่า ปัญหาของธานินทร์อยู่ที่การบริหารภายในแบบครอบครัวที่ไร้ระบบ
จำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนการบริหารเสียใหม่ โดยใช้มืออาชีพ

ก็เป็นอันว่า แผนการปรับปรุงหนี้ที่เสนอโดยแบงก์ล้มเหลว จำเป็นที่จะต้องหาทางออกใหม่

พฤษภาคม ปี 2532 ปลายฤดูร้อนซึ่งร้อนปานจะแผดเผาทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นจุล ประวัติศาสตร์ของธานินทร์อุตสาหกรรมได้ถึงจุดเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เมื่อตัดสินใจเซ็นสัญญาเข้าอยู่ใต้ชายคายักษ์ใหญ่อย่างสหยูเนี่ยน

รูปแบบของการเข้าไปของสหยูเนี่ยนครั้งนี้ มิได้เข้าไปถือหุ้นในบริษัทเก่าในเครือของธานินทร์ แต่เป็นการจัดตั้งบริษัทขึ้นมาใหม่
แล้วโอนสิทธิต่าง ๆ ทางการค้าของ 4 บริษัทในเครือะานินทร์มาให้บริษัทใหม่ และ บริษัทใหม่จะซื้อสินทรัพย์ทั้งหมดของเครือธานินทร์
เข้ามาอยู่ในบริษัท ใหม่ และจดทะเบียนยกเลิกทั้ง 4 บริษัทนั้นเสีย

บริษัทใหม่มี 2 บริษัท ใช้ชื่อ ธานินทร์ยูเนี่ยนอุตสาหกรรม เป็นบริษัทที่ทำการผลิตอีกบริษัท คือ ธานินทร์ยูเนี่ยนเซลส์แอนด์เซอร์วิส
เป็นบริษัทขาย ส่วนบริษัทที่ยกเลิกไป 3 บริษัทกับอีก 1 หจก. คือ ธานินทร์อุตสาหกรรม ธานินทร์การไฟฟ้า ธานินทร์อินเตอร์เนชั่นแนล
และห้างหุ้นส่วนจำกัดอุดมชัย

โดยที่สหยูเนี่ยนจะลงทุนในบริษัทใหม่ 300 – 320 ล้านบาท ส่วนฝ่ายธานินทร์จะลงทุน 180 -200 ล้านบาท โดยสหยูเนี่ยนยินดีที่จะให้เงินสด ๆ แก่ธานินทร์ไปใช้หนี้ที่มีปัญหากับแบงก์ทั้งหมด ซึ่งทางฝ่ายธานินทร์จะต้องเป็นผู้ไปเจรจากับแบงก์เองว่า เมื่อมีเงินสดมาคืนให้ทั้งหมดแบงก์จะลดดอกเบี้ยให้เท่าไหร่ ซึ่งขณะที่กำลังปิดต้นฉบับอยู่นี้ (18 พ.ค. 32) การเจรจากับแบงก์ยังไม่มีข้อยุติ

สำหรับแบงก์นั้น การที่สหยูเนี่ยนเข้ามาแล้วทำให้แบงก์ได้เงินอย่างง่ายดาย ย่อมเป็นเรื่องที่แบงก์พอใจเป็นยิ่งนัก
แม้แผนฟื้นฟูจะล้มเหลวก็ช่างมันเถอะ เมื่อแบงก์หมดเรื่องกับธานินทร์แล้ว ต่อไปธานินทร์กับสหยูเนี่ยนก็ไปปลุกปล้ำกันต่อไป…

References
โดย นพ นรนารถ, นิตยสารผู้จัดการ( มิถุนายน 2532)

** แล้วพบกับ  ” ธานินทร์ยูเนี่ยน อุตสาหกรรมก้าวแรกของซัมซุงเมืองไทย “
ตอนที่ 3 ในสัปดาห์หน้าครับ ลาไปก่อน สวัดดีครับ ^^


About I.Wathanyu Web-Blog in Logistics & Supply Chain, Healthcare System, Risk Management

Logistics & Supply Chain, Healthcare System, Risk Management and My Undergraduate school life at CRU

สนทนา

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: