//
you're reading...
Healthcare System

อยู่ๆ ก็ฝันถึง เจ้า Lead & Six Sigma ^^

แรงบัดดาลใจที่ ผมเก็บเอาไปฝันว่า มีอาจารย์มาสอนเรื่องนี้ให้ผมเรียน  มีนามชื่อว่า
” Lean & Six Sigma “ ….. แล้วเจ้า Lean & Six Sigma ตัวนี้มันมีความเป็นอย่างไร
วันนี้ผมได้ไขข้อข้องใจแล้ว แล้ว เรามาทำความรู้จักกับ Lean & Six Sigma กันว่า มีคืออะไร ทำงานอย่างไร เอาไปใช้อย่างไร

จริงๆแล้ว Lean & Six Sigma ต้องแยกให้ออกระหว่าง คำว่า Lean และ Six Sigma
มาดูที่ Lean ก็คือ (Lean Manufacturing) หรือ  [1] การผลิตแบบลีน คือ การใช้หลักการชุดหนึ่งในการระบุและกำจัดความสูญเปล่า เพื่อส่งมอบสินค้าที่ลูกค้าต้องการ และทันเวลา หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง ลีน คือ ปรัชญาในการผลิต ซึ่งถือว่าความสูญเปล่านั้น เป็นตัวทำให้เวลาที่ใช้ในการผลิตยาวนานขึ้น และควรมีการนำเทคนิคต่างๆ มาใช้ในการกำจัดความสูญเปล่าออกไป โดยมุ่งเน้นกำจัดความสูญเสีย ( 7 Waste) ทั้ง 7 ประการ
( ^^ 7 waste ถ้าผมจำไม่ผิดเคยออกสอบในวิชา Plan Layout  & Deign )  ที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำงาน ได้แก่

  1. การเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น (Unnecessary Motion)
  2. การรอคอย (Idle Time/Delay)
  3. กระบวนการที่ขาดประสิทธิผล (Non-effective Process)
  4. การผลิตของเสียและแก้ไขงานเสีย (Defects and Reworks)
  5. การผลิตมากเกินไป (Overproduction)
  6. การเก็บวัตถุดิบคงคลังที่ไม่จำเป็น (Unnecessary Stock)
  7. การขนส่ง (Transportation) 

การปรับปรุงกระบวนการผลิตด้วยหลักการของลีนทำอย่างไร 

[2] เป้าหมายของการผลิตแบบลีน (Lean Manufacturing) มุ่งเน้นที่จะกำจัดความสูญเปล่า 7 ประการ
( 7 Wastes) ที่มักเกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารลูกค้า การออกแบบผลิตภัณฑ์ การติดต่อกับ ผู้ผลิต
หรือ การบริหารภายในโรงงานเอง ซึ่งการลดความสูญเปล่าเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง ในการลดต้นทุนในการดำเนิน การของธุรกิจใดๆ
เพื่อสร้างกำไรให้กับองค์การโดย ไม่ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับลูกค้า การดำเนินการเพื่อลดความสูญเปล่านี้
จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องฝึกอบรมพนักงาน ให้มีความเข้าใจอย่างแท้จริงว่า กิจกรรมใด เพิ่มคุณค่าให้กับงาน (Value Added)
และ กิจกรรมใดไม่ใช่ กิจกรรมหลักในการปรับปรุงของระบบการผลิตแบบลีน

  1. กำหนดคุณค่า (Value) ของผลิตภัณฑ์
  2. เขียนแผนผังคุณค่าของผลิตภัณฑ์หลัก (Value Stream Mapping)
  3. ทำให้การผลิตไหลลื่น (Flow)
  4. สร้างกลไกการดึงงาน (Pull) เพื่อลดการผลิตมากเกินไป
  5. พัฒนาสู่ความสมบูรณ์แบบ (Perfection)

ประโยชน์ที่จะได้รับ

  1. กระบวนการผลิตมีความยืดหยุ่น ตอบสนองต่อลูกค้าได้รวดเร็ว
  2. ต้นทุนการผลิตอยู่ภายใต้การควบคุม
  3. เสริมสร้างและพัฒนาบุคลากรในองค์การสู่ความเป็นเลิศในการผลิต

ในเมื่อเราได้ทำความรู้จักเจ้า Lean แล้วว่าที่มาที่ไปเป็นยังไง
ต่อไปเราไปรู้จักกับ Six Sigma หรือบางคนเรียก 6 ซิกม่า , ซิกส์ซิกม่า
กันว่าความเป็นมา ที่มา การใช้งาน เป็นยังไง 

ซิกส์ซิกมา (Six Sigma) [3]หมายถึง ระดับคุณภาพของกระบวนการผลิต ที่ยอมให้มีของเสียในระบบได้เพียง 3 : 4 ชิ้นต่อการผลิตสินค้าล้านชิ้น
และนอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือช่วยธุรกิจ ให้สามารถแก้ปัญหาคุณภาพของระบบของการปฏิบัติการได้อีกด้วย

 Six sigma เป็นการบริหารที่เกิดขึ้นปี 1986 โดยกลุ่มวิศวกรของบริษัท Motorola ภายใต้การนำของ Dr.Mikel Harry
[4](ท่านเคยเป็น Professor ที่ Stanford University และเป็น ที่ปรึกษาให้กับ General Electric, Ford Motor Company, Sony, Allied Signal, Motorola,Texas Instruments, Unisys, IBM, Rockwell, Kodak ) ซึ่ง ได้เป็นผู้ริเริ่มแนวคิดนี้ และ นำมาใช้กับการออกแบบผลิตภัณฑ์ของบริษัทจนประสบความสำเร็จอย่างสูง ต่อมาบริษัทต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกาจึงได้นำแนวคิดการบริหารจัดการแบบ Six sigma เข้ามาใช้
และประสบความสำเร็จสามารถลดค่าใช้จ่ายของบริษัทได้อย่างมาก

[5]โดย Six sigma  เป็น การบริหารที่มุ่งเน้นในการลดความผิดพลาด ลดความสูญเปล่า และ ลดการแก้ไขตัวชิ้นงาน และ สอนให้พนักงานรู้แนวทางในการทำธุรกิจอย่างมีหลัก การ และจะไม่พยายามจัดการกับปัญหาแต่จะพยายามกำจัดปัญหาทิ้ง Six sigma จะดีที่สุด  เมื่อทุกคนในองค์กรร่วมมือกันตั้งแต่ CEO ไปจนถึงบุคลากรทั่วไปในองค์กร  ซึ่ง Six sigma เป็นการรวมกันระหว่างอนุภาพแห่งคน (Power of people) อนุภาพแห่งกระบวนการ (Process Power)   ซึ่งถ้าตัว Six sigma มีค่าสูงหรือมีความผันแปรมากขึ้นเท่าไร ก็เปรียบเสมือนมีการทำข้อผิดพลาดมากขึ้น
เท่านั้น ซึ่งโอกาสที่จะเกิดข้อผิดพลาดตัวนี้ เรียกว่า DPMO (Defects Per Million Oppertunities)  


ภาพแสดง แผนภาพของเดเนคกี้ (Denecke’s)

[6]จะแสดงถึงการแก้ไขความผันแปรในการผลิตของ Lean Manufacturing ซึ่งจะแตกต่างจากระบบของ Six Sigma
ตัวอย่างเช่น Lean Manufacturing จะเน้นไปที่การทำให้การผลิตเร็วขึ้น และ คุณภาพในการผลิต รวมไปถึงการจัดการเกี่ยวกับเครื่องจักร
ความสะอาดของสถานที่ทำงาน เราสามารถพูดได้โดยรวมว่า Lean Manufacturing
จะช่วยในเรื่องของความเร็วในการผลิต และ ข้อมูลป้อนกลับจากการผลิต

[7] ภาพแสดง Service  Lean Sigma DMAIC

การบรรลุกลยุทธ์ที่สำคัญของ six sigma ซึ่งเกี่ยวข้องกับขั้นตอน 4 ขั้นตอน 
ซึ่งประกอบด้วย Measure-Analyze-Improve-Control   ดังนี้

Measurement ในขั้นนี้เป็นการขั้นตอนการวัด วัดว่าองค์กรอยู่ที่ใด จะกระทำเพื่อวัดจุดวิกฤตต่อคุณภาพ
(Critical to Quality: CTQ) หรือ การวัดสิ่งที่มีผลกระทบต่อลักษณะ คุณภาพหรือผลการปฏิบัติงานมากที่สุด วางแผนกำลังคน
ทำการวัดในสิ่งที่จำเป็น ซึ่งเป็นการประเมินปัญหาและระบุปัญหา บันทึกผลลัพธ์ที่ได้และประมาณการศักยภาพขององค์กร และ
กระบวนการต่าง ๆ ในองค์กรในระยะยาว

Analyze เป็น การวิเคราะห์วิเคราะห์ว่าปัญหาต่าง ๆ เริ่มมาจากที่ใด เพื่อหาทางแก้ไข โดยการเปรียบเทียบศักยภาพขององค์การ
และ คู่แข่ง วิเคราะห์ช่องว่างของกระบวนการทำงานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในองค์กรเพื่อระบุปัจจัย ที่นำไปสู่ผลสำเร็จในกระบวนการปฏิบัติงาน
ในบางกรณีจะพบว่าองค์กรมีความจำเป็นต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการใหม่ ๆ เพื่อเป็นการลดช่องว่าง และปรับปรุงสมรรถนะ
ของกระบวนการให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

Improvement การแก้ไขกระบวนการ ในขั้นนี้ จะเป็นผู้ระบุลักษณะของผลิตภัณฑ์ ที่ต้องปรับปรุงเพื่อให้บรรลุผลในการปฏิบัติงานและบรรลุวัตถุประสงค์ทางด้านการเงิน การปรับปรุงที่ CTQ จะช่วยในการปรับปรุงเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งกระบวนการ

  Control การควบคุม ในขั้นนี้ถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อช่วยให้ กำหนด มาตรการต่าง ๆ เพื่อเป็นตัวควบคุมตัวแปรที่สำคัญ
ให้อยู่ในช่วงมาตรฐานใหม่ที่ระดับการทำงาน ที่ได้รับการปรับปรุงแล้วในขั้นตอนของ การปรับปรุงจนมั่นใจว่าความสำเร็จต่าง ๆ
ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นผลมาจากการปรับปรุงกระบวนการจริง ๆ

เมื่อได้มีการปรับปรุงกระบวนการทั้ง 4 ขั้นตอนที่กล่าวมา ประกอบด้วย การวัด (Measurement) การวิเคราะห์ (Analyze)
การปรับปรุง (Improvement) การควบคุม (Control)
จะทำให้องค์กรสามารถปรับปรุงผลสำเร็จทางเศรษฐกิจ
และสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าได้

ในเมื่อ น้อง Lean มาร่วมมือกับ น้อง Six Sigma

[8] คราวนี้ลองมาดูอีกมุมมองกันบ้างในการดำเนินการ Lean Six Sigma ซึ่งมีความเชื่อเช่นเดียวกันว่าการนำ Lean และ Six Sigma
มา ใช้ร่วมกันย่อมส่งผลให้เกิดการประสานพลัง และ ยังเชื่อต่อไปอีกว่าถ้าทั้งสองแนวคิดถูกดำเนินการอย่างสอดคล้อง และ สมดุลกัน
จะเป็นแนวคิด หรือกรอบความคิดที่มีพลังในการลดความแปรปรวน และ ของเสียของกระบวนการลงได้ โดยที่ Six Sigma
เป็นเครื่องมือที่เหมาะสมกับปัญหาประเภทที่ว่า “หายากแต่แก้ไขง่าย” ส่วน Lean จะเหมาะกับปัญหา “หาง่ายแต่แก้ไขยาก”

สรุป

จริงๆแล้ว บทความบล็อกของผม และ มุมมอง ที่ผมในฐานะ นักศึกษา วิศวกรรมโลจิสติกส์
โดยส่วนตัวแล้ว เรื่อง Lean & Six Sigma สามารถมองได้ 2 รูปแบบ ก็คือ

  1. เป็นเครื่องมือด้านการจัดการ สามารถนำมา ( Integration ) หรือ บูรณาการร่วมกัน และ ทำงานร่วมกันได้
    จะเป็นเครื่องมือในทางด้านการจัดการ ที่ทรงพลัง และ มีอำนาจ
  2. ในการบริหารจัดการ วางแผน กลยุทธ์ และ สามารถดึงกระบวนการต่างๆ ข้อดี ของ Lean & Six Sigma
    มาประยุกต์ ปรับปรุง เพิ่มประสิทธิภาพ ในการดำเนินการ ให้รวดเร็ว และ ดีที่สุดสำหรับ องค์กร ซึ่งจะส่งผลดีต่อ การจัดการบริหาร
    องค์กร โรงงานอุตสาหกรรม หรือ แม้กระทั้ง ระบบการขนส่ง และ โลจิสติกส์ เป็นที่นิยม และ พูดถึงกันมากที่สุด

 

 

ต้นตอ

 

 

 

สาเหตุ…ที่ผมเขียน บล็อกเรื่องที่ผมได้ฝันถึงนี้ เมื่อมานั่งคิดย้อยกลับไป
ด้วยอันเนื่องมาจากผมพาคุณยายไปหาหมอ ผมได้มีโอกาสไปโรงพยาบาล แห่งหนึ่ง
ในขณะที่ผมกับคุณแม่ นั่งรอคุณยาย ตรวจ ที่หอผู้ป่วยนอก นั้น ก็ได้เห็นการให้บริการที่ล่าช้า และ ไม่มีความสะดวกรวดเร็ว
อยู่ๆ !! ก็มีความคิดพุด ออกหัวผม จึงเกิดคำถามแรกที่ว่า เพราะอะไร ทำไม จึงเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในระบบสาธารณสุข
ของบ้านเรา แล้วคำถามที่สอง แล้วจะมีวิธีการไหน แบบไหนใช้อะไรในการแก้ไขปัญหาระบบการบริการสุขภาพ
มันก็เลยทำให้เกิดข้อสงสัย และ ค้างคาใจผม หลังจากนั้น ผมก็กลับไปบ้านหลังจากที่ส่ง และ รับคุณยายแล้ว
ไปหา หนังสือเกี่ยวกับ การบริหารองค์กร ทั้งของ บริหาร และ วิศวกรรม ….แต่จนแล้ว ผมก็ยังไม่ได้คำตอบ
ก็ใช้เวลาศึกษาข้อมูล อ่านงานวิจัย ทางด้าน Healthcare System ทั้งของ มหาวิทยาลัยในไทย และ อเมริกา
สุดท้าย ผมก็ได้คำตอบ และ ดีใจที่ มีข้อมูล อยู่เยอะใน อเมริกาที่เค้าทำวิจัยกัน แต่กลับกัน มามองในเมืองไทย
ในมุมมองของผม การทำวิจัยทางด้าน และ ให้ความสำคัญ ทางด้าน Healthcare System ยังมีน้อย
ด้วยความที่ผมเป็นเด็กบ้านนอก เรียนวิศวะ ในยูไม่ดัง จึงเกิดสนใจ หลงไหล ในเรื่องราวของ
Healthcare System Management…. หวังว่า ถ้าเรียนจบทางด้านวิศวกรรมโลจิสติกส์ (ขึ้นปีสุดท้ายแล้วว)
เป็นไปได้อยากจะทำงานด้าน Healthcare System ในโรงพยาบาล แถวๆ บ้านผม และ อยาก ศึกษาต่อ
ทำวิจัยที่ วิศวะ มช. (ภาค IE ) ในระดับ ปริญญาโท ต่อไปใน…อนาคต ^_^

Reference

[1]. ” การผลิตแบบลีน “ http://th.wikipedia.org/wiki/Lean
[2]. ” Lean Production ” Technology Promotion Association (Thailand-Japan)
http://www.tpa.or.th/shindan/detail.php?page=lean

[3].   Six Sigma; http://en.wikipedia.org/wiki/Six_Sigma
[4].  Dr. Mikel J. Harry Biography;  http://www.mikeljharry.com/bio.php
[5].  เครื่องมือทางการจัดการ : Lean Six Sigma; http://www.oknation.net/blog/ananbo/2009/09/24/entry-8
[6]. ภาพแสดง แผนภาพของเดเนคกี้ (Denecke’s) ; http://www.gembaspc.com/article-lean-sixsigma.htm
[7]. Service  Lean Sigma DMAIC

[8]. ” Lean Six Sigma: คู่หูอันทรงพลัง ” โดย ดร.วิทยา สุหฤทดำรง
ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
http://www.kmitnbxmie8.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=423128&Ntype=3

About I.Wathanyu Web-Blog in Logistics & Supply Chain, Healthcare System, Risk Management

Logistics & Supply Chain, Healthcare System, Risk Management and My Undergraduate school life at CRU

สนทนา

ยังไม่มีความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: